Display Menu Menu
ข่าวสาร

อร่อยเกินคาด กับเทรนด์รักษ์โลกด้วย อาหารจากพืช (Plant-based Food)

Tuesday, May 25, 2021

อาหารจากพืช

จากที่ผู้คนเริ่มหันมาทานอาหารจากพืช (Plant-based Food) มากยิ่งขึ้น หมายถึง การเลือกที่จะลดการบริโภคเนื้อสัตว์ลงในบางมื้อ หรือไม่รับประทานเลย และมาเน้นทานอาหารประเภทพืชผักในชีวิตประจำวัน ซึ่งนอกจากจะส่งผลดีกับสุขภาพแล้ว การทานอาหารจากพืช (Plant-based Food) ยังส่งผลดีต่อโลก และสิ่งแวดล้อมด้วยเช่นกัน

Highlight 
- ความต้องการของผู้บริโภคเริ่มเปลี่ยนแปลง
- อาหารจากพืช (Plant-based Food) ส่งผลดีต่อโลกอย่างไร?
- วิธีการจัดการ อาหารจากพืช (Plant-based Food) ให้ดีต่อสิ่งแวดล้อมตั้งแต่ตอนเสิร์ฟ

ความต้องการของผู้บริโภคเริ่มมีการเปลี่ยนแปลง จากผลสำรวจพบว่าในแต่ละปีมีผู้ทานมังสวิรัติเพิ่มขึ้นใหม่ประมาณ 76 ล้านคนต่อปี* และผู้คนทั่วโลกพยายามที่จะหันมาบริโภคโปรตีนจากพืชให้มากยิ่งขึ้น สังเกตได้จากผู้บริโภคในยุโรปที่มีพฤติกรรมการเลือกซื้ออาหารมังสวิรัติมากถึง 39%

ในขณะที่ประเทศสหรัฐฯ กลุ่มคนรุ่นใหม่กว่า 30% ก็หันมาบริโภคอาหารจากพืช (Plant-based Food) เพื่อทดแทนเนื้อสัตว์ทุกวันเช่นกัน รวมไปถึงประเทศจีนที่มุ่งมั่นจะลดการบริโภคเนื้อสัตว์ลง 50% ภายในปี 2573 และทางด้านประเทศไทย 1 ใน 4 ของผู้บริโภคกำลังมีพฤติกรรมลดการบริโภคเนื้อสัตว์ลงด้วยเช่นกัน

ซึ่งในฐานะผู้ประกอบการ สิ่งสำคัญคือการติดตามความต้องการของผู้บริโภคเหล่านี้ และแน่นอนว่าไม่จำเป็นต้องเปลี่ยนทุกเมนูในร้านอาหารของคุณ แต่สามารถเพิ่มทางเลือกด้วยเมนูอาหารจากพืช (Plant-based Food) ให้กับลูกค้าของคุณได้เช่นกัน ( ดูสูตรอาหารจากพืช (Plant-based Food) ได้ที่นี่ )

อาหารจากพืช

อาหารจากพืช (Plant-based Food) ส่งผลดีต่อโลกมากกว่าที่คิด

โดยพื้นฐานแล้ว การทำเกษตรกรรมจะผลิตก๊าซเรือนกระจก อาทิ ก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ และ มีเทน น้อยกว่าการทำฟาร์มปศุสัตว์ กล่าวคือ สัตว์จะเป็นผู้ปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ออกสู่บรรยากาศเมื่อหายใจ ในขณะที่พืชจะทำหน้าที่ดูดซับก๊าซดังกล่าว และช่วยทำให้อากาศบริสุทธิ์ขึ้น โดยการปล่อยอ๊อกซิเจนออกมาในกระบวนการสังเคราะห์แสง นอกจากนี้ ในการทำเกษตรกรรมยังใช้พื้นที่ดิน ทรัพยากรน้ำ และพลังงานไฟฟ้าน้อยกว่าการทำฟาร์มปศุสัตว์อีกด้วย ตัวอย่างเช่น การผลิตเนื้อวัว 1 กิโลกรัม จะต้องใช้ทรัพยากรน้ำตลอดกระบวนการผลิตถึง 15,000 ลิตร ในขณะที่ ถั่วเหลือง 1 กิโลกรัม ใช้ทรัพยากรน้ำเพียง 1,800 ลิตร ดังนั้น การที่เรารับประทานอาหารจากพืชมากขึ้น  ก็จะช่วยให้เราใช้ทรัพยากรธรรมชาติลดลง และลดการสร้างก๊าซเรือนกระจกสู่ชั้นบรรยากาศโลกอีกด้วย

ใช้ทรัพยากรในการผลิตพืชและสัตว์

อาหารจากพืช

วิธีการจัดการ อาหารจากพืช (Plant-based Food) ให้ดีต่อสิ่งแวดล้อมตั้งแต่ตอนเสิร์ฟ

ผู้เชี่ยวชาญ และเชฟมืออาชีพในหลายๆ รุ่นจะได้เรียนรู้การใช้ประโยชน์จากส่วนผสมของพวกเขา และใช้เทคนิคหลายอย่างที่มีประสิทธิภาพในการจัดการขยะในครัว  ซึ่งมีวิธีการจัดการดังนี้

เตรียมบริการอย่างพิถีพิถัน
- เลือกและคัดสรรขนาดของเมนูที่เหมาะสม (Portion Size) เพื่อให้ลูกค้าสามารถจับคู่กับเมนูอื่นๆ ได้ตามความต้องการ
- ปรุงอาหารเมื่อมีการสั่งซื้อจากลูกค้า หรือดูจากประวัติการสั่งซื้อเพื่อคาดการณ์จำนวนที่ลูกค้าจะสั่งในวันนั้นๆ
- ให้ลูกค้าเลือกซอส หรือเครื่องเคียงที่ชื่นชอบ เพื่อไม่ให้เกิดการเหลือทิ้ง

วิธีจัดการภายในครัว เพื่อให้เกิดประโยชน์สูงสุด
- น้ำมันพืชที่ใช้แล้ว – สำหรับน้ำมัน หรือไขมัน สามารถเก็บในภาชนะที่มิดชิดแล้วนำไปผสมกับปุ๋ยหมัก เพื่อสร้างประสิทธิภาพการทำงานของปุ๋ยให้มากยิ่งขึ้น แต่อย่าลืมตรวจสอบให้แน่ใจว่าร้านของคุณใช้น้ำมันที่ได้จากพืช เพราะหากใช้น้ำมันจากสัตว์อาจกลายเป็นแหล่งสะสมของแมลงก่อกวนได้
- เปลือกผลไม้ ผัก และสมุนไพร – ส่วนที่เหลือจากการนำไปปรุงอาหาร หรือตกแต่ง สามารถนำทุกส่วนมาใช้ให้เกิดประโยชน์สูงสุดได้ เช่น เปลือกของผัก สามารถสับ/หั่นฝอยลงเป็นส่วนผสมในเบอร์เกอร์จากพืช หรือใช้กะหล่ำปลีสับ เพื่อทำเป็นสลัดโคลสอลว์ เป็นต้น

ทั้งนี้ในมุมของผู้ประกอบการที่มีแนวทางมุ่งเน้นสร้างความยั่งยืนให้กับสิ่งแวดล้อม อาหารจากพืช (Plant-based Food) จึงเป็นทางเลือกใหม่ที่เหมาะสมกับร้านของคุณ เพราะนอกจากจะให้ความอร่อย วิธีการปรุงง่าย สามารถต่อยอดเมนูได้หลากหลาย ยังมีส่วนช่วยให้โลกของเราดียิ่งขึ้นอีกด้วย หากคุณสนใจผลิตภัณฑ์ สามารถดูข้อมูลรายละเอียด ได้ที่นี่ หรือติดต่อได้ที่สายตรงเนสท์เล่ โทร. 02-657-8625 (กด 1) หรือ 1162 (กด 1) หรือคลิก https://www.nestleprofessional.co.th/contact-us