การควบคุมต้นทุนโรงแรมอย่างมืออาชีพ ยกระดับภาพลักษณ์ ลูกค้าประทับใจ
การบริหารโรงแรมให้ยอดพุ่งอย่างมืออาชีพ ลูกค้าประทับใจด้วยบริการแบบพรีเมียม แค่ต้องมีการควบคุมต้นทุนโรงแรม
ในยุคที่ทั้งโลกกำลังเผชิญวิกฤตของแพง ผู้ประกอบการธุรกิจโรงแรมต้องเจอกับปัญหาต้นทุนพุ่งสูงขึ้นพร้อมกันทุกด้าน ไม่ว่าจะเป็น ค่าไฟ ค่าน้ำ ค่าวัตถุดิบอาหาร ค่าขนส่ง และค่าแรง ในขณะเดียวกันนักท่องเที่ยวก็ระมัดระวังในการใช้จ่ายมากขึ้น ประกอบกับธุรกิจโรงแรมมีการแข่งขันสูง ทั้งหมดนี้เป็นเหตุผลเพียงพอที่จะทำให้รายได้ของผู้ประกอบการธุรกิจโรงแรมลดลง จะให้ปรับราคาห้องพักขึ้นลูกค้าก็คงจะหนี ฉะนั้นผู้ประกอบการต้องมีกลยุทธ์ ใช้สิ่งที่มีอยู่แล้วให้คุ้มค่ามากขึ้น โดยเริ่มจากการควบคุมต้นทุนโรงแรม เพื่อลดต้นทุน แต่ไม่ลดคุณภาพ แถมยังเสริมภาพลักษณ์ให้โปรเฟชชั่นนอล ลูกค้ายังได้ประสบการณ์ที่ดี ประทับใจจนต้องกลับมาใช้บริการซ้ำ
ทำไมการควบคุมต้นทุนโรงแรมจึงสำคัญกับการบริหารโรงแรม
การควบคุมต้นทุนโรงแรมมีความสำคัญมากในการบริหารโรงแรม หากผู้ประกอบการมีการควบคุมต้นทุนโรงแรมที่เหมาะสมก็จะทำให้กิจการสร้างความได้เปรียบในการแข่งขัน และดำรงไว้ซึ่งการดำเนินธุรกิจต่อไป โดยการนำวิธีการบริหารต้นทุนที่เกี่ยวข้องกับโรงแรมมาใช้ในการบริหารโรงแรม ไปพร้อมกับการให้บริการอย่างมีประสิทธิภาพ เพื่อให้ต้นทุนที่เกิดขึ้นนั้นอยู่ในระดับที่ยอมรับได้ ช่วยให้โรงแรมมีกำไรสูงสุด รักษาสภาพคล่องทางการเงิน และแข่งขันได้ในตลาด เพราะหากผู้ประกอบการเลือกลดต้นทุนโดยไม่ใส่ใจบริการ ลูกค้าอาจจะไม่กลับมาพักซ้ำ ผู้ประกอบการจึงต้องสร้างสมดุลทั้งสองด้านเพื่อให้ธุรกิจเติบโตไปอย่างยั่งยืน
ต้นทุนโรงแรมมีอะไรบ้าง
ในการทำธุรกิจโรงแรมนั้นมีความซับซ้อน และมีค่าใช้จ่ายที่หลากหลาย ฉะนั้นการควบคุมต้นทุนโรงแรมจะต้องจัดการอย่างระมัดระวัง เพื่อให้แน่ใจว่าโรงแรมจะมีรายได้ การเข้าใจต้นทุนโรงแรมเหล่านี้จึงเป็นสิ่งสำคัญสำหรับการบริหารโรงแรม ให้กิจการดำเนินไปอย่างมีประสิทธิภาพ
1. ต้นทุนคงที่
คือ ค่าใช้จ่ายที่ไม่เปลี่ยนแปลงไปตามกิจกรรมทางธุรกิจ หรือเป็นค่าใช้จ่ายที่ไม่เปลี่ยนแปลงตามระดับการเข้าพัก เช่น ค่าเช่าที่ดินที่โรงแรมตั้งอยู่ ภาษีอสังหาริมทรัพย์ เงินเดือนค่าจ้างพนักงาน ค่าประกันภัย ค่าสัญญาณอินเทอร์เน็ต ค่าดูแลทำความสะอาดสระว่ายน้ำหรือดูแลสวน ค่าเสื่อมราคาของอาคารและอุปกรณ์ภายในห้องพักและโรงแรม เป็นต้น จะเห็นได้ว่าต้นทุนโรงแรมดังกล่าวเกิดขึ้นอยู่ตลอดเวลาแม้ว่าจะไม่มีลูกค้ามาใช้บริการ
2. ต้นทุนผันแปร
คือ ค่าใช้จ่ายที่ผันแปรไปตามระดับการเข้าพักของลูกค้า ซึ่งโดยทั่วไปแล้วต้นทุนโรงแรมประเภทนี้จะสามารถควบคุมได้ เช่น อุปกรณ์ทำความสะอาด ค่าน้ำประปา ค่าไฟฟ้า ค่าซักผ้าที่ใช้ในห้องพักโรงแรม ค่าน้ำยาทำความสะอาดสิ่งของเครื่องใช้ในห้องพัก ค่าอาหารเช้าของลูกค้าและเครื่องดื่มต่างๆ รวมไปถึงค่าแพลตฟอร์มการจองออนไลน์ และค่านายหน้า เป็นต้น จะเห็นได้ว่า ต้นทุนผันแปร คือต้นทุนโรงแรมที่มีการเปลี่ยนแปลงไปตามอัตราของการเข้าพัก ถ้าอัตราของการเข้าพักมีจำนวนมากขึ้นจะส่งผลให้ค่าใช้จ่ายผันแปรมากขึ้นตาม แต่ถ้าอัตราการเข้าพักมีจำนวนน้อยลงก็จะทำให้ค่าใช้จ่ายผันแปรมีจำนวนลดน้อยลง
วิธีบริหารโรงแรม และการควบคุมต้นทุนโรงแรม พร้อมยกระดับการบริการ
เพื่อให้กิจการของเรามีรายได้ แม้ว่าเราจะต้องลดต้นทุน แต่ยอดขายยังเติบโต และลูกค้าประทับใจ การควบคุมต้นทุนโรงแรมจะต้องมีแนวทางที่สมดุล โดยการเลือกใช้กลยุทธ์ที่เหมาะสม ควบคู่กับการยกระดับมาตรฐานบริการที่เหนือกว่า ดังนี้
1. โปรโมชันพิเศษกระตุ้นยอดจอง
เพื่อกระตุ้นให้มีการเข้าพักของลูกค้าที่เพิ่มขึ้นในช่วงนอกฤดูกาลท่องเที่ยว (Low Season) ผู้ประกอบการต้องมีการจัดทำโปรโมชัน เช่น อาหารเช้าฟรี คลาสออกกำลังกาย สปา หรือบริการกาแฟหลากหลายเมนูจากเครื่องชงกาแฟอัตโนมัติ โดยรวมบริการเหล่านี้เข้ากับห้องพักเป็นดีลสุดคุ้ม ช่วยเพิ่มความน่าสนใจและสร้างประสบการณ์ที่ดีให้แก่ผู้เข้าพัก แต่การทำโปรโมชันต้องวางแผนควบคุมต้นทุนโรงแรมอย่างรอบคอบ เลือกห้องพักพร้อมตั้งราคาโปรโมชันให้เหมาะสม
2. เลือกใช้อุปกรณ์ประหยัดพลังงาน
การควบคุมต้นทุนโรงแรม อาจเปลี่ยนจากเครื่องใช้ไฟฟ้าแบบเดิมมาเลือกใช้ผลิตภัณฑ์เครื่องใช้ไฟฟ้าที่มีนวัตกรรมประหยัดพลังงาน เช่น การเลือกเครื่องใช้ไฟฟ้าที่มีเครื่องหมายประหยัดไฟเบอร์ 5 เพื่อลดการใช้พลังงานสิ้นเปลือง และช่วยในการประหยัดพลังงาน อย่างหลอดไฟฟ้าประเภท LED ที่ให้ความสว่างมากแต่กินไฟน้อยลง หรือเลือกเครื่องชงกาแฟอัตโนมัติที่ใช้ในห้องรับรองแขกที่ช่วยประหยัดพลังงานเพิ่มขึ้น 60% เป็นต้น
3. ควบคุมต้นทุนอาหารและเครื่องดื่ม
เชื่อว่าแนวทางนี้จะเป็นแนวทางการควบคุมต้นทุนโรงแรมอันดับแรกๆ ที่ผู้ประกอบการนึกถึง เพราะผู้ประกอบการโรงแรมจำนวนไม่น้อยมักเผชิญกับปัญหาต้นทุนค่าวัตถุดิบ และการบริหารจัดร้านอาหารที่สูงเกินไป หากลดต้นทุนผิดวิธี ลดคุณภาพวัตถุดิบหรือบริการ ก็อาจทำให้ลูกค้าไม่ประทับใจและไม่กลับมาใช้บริการซ้ำอีก ฉะนั้นการควบคุมต้นทุนโรงแรมสามารถทำได้ด้วยแนวทางพื้นฐาน ดังนี้
3.1 กำหนดมาตรฐานปริมาณเสิร์ฟ จะช่วยคุมปริมาณวัตถุดิบในแต่ละจานให้มีปริมาณที่เท่ากัน ช่วยให้อาหารในจานนั้นๆ มีรสชาติคงที่ ตรงปก และง่ายต่อการคำนวนต้นทุนอาหาร
3.2 เช็กสต็อกสม่ำเสมอ ตรวจสอบให้แน่ใจว่ามีวัตถุดิบตัวไหนค้างสต็อก วัตถุดิบหมดอายุ อาหารเหลือทิ้ง แก้ไขได้โดยคำนวนปริมาณวัตถุดิบต่อจานเพื่อหาปริมาณที่เหมาะสม ลดการค้างสต็อก หรือเลือกใช้วัตถุดิบสำเร็จรูป
3.3 เลือกใช้วัตถุดิบในประเทศตามฤดูกาล เพื่อให้ได้วัตถุดิบสดใหม่ รสชาติดี ราคาถูก
3.4 เลือกใช้ซัพพลายเออร์ที่ให้ราคาถูกแต่คุณภาพจัดเต็ม โดยเลือกจากความน่าเชื่อถือ และความชำนาญในการทำธุรกิจนั้นๆ พร้อมหมั่นตรวจคุณภาพวัตถุดิบอยู่เสมอ
4. ใช้เทคโนโลยีอัตโนมัติ
การควบคุมต้นทุนโรงแรมโดยนำเรื่องของระบบเทคโนโลยีสมัยใหม่เข้ามาช่วยในการทำงาน จะช่วยลดภาระงานซ้ำซ้อนของพนักงาน ช่วยลดปัญหาการทำงานจากพนักงานที่อาจเกิดข้อผิดพลาดได้ง่ายจากการทำงานระบบแมนนวล (Manual Work) โดยสามารถนำเทคโนโลยีมาปรับใช้ให้เหมาะสมกับแต่ละตำแหน่งงาน เช่น ใช้ระบบ Internet Booking Engine เพื่อช่วยในการจองห้องพัก โดยไม่ต้องผ่านบริการจากพนักงาน หรือ ใช้เทคโนโลยีเครื่องชงกาแฟอัตโนมัติ ที่ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการเสิร์ฟเครื่องดื่มให้ลูกค้า สามารถให้บริการเครื่องดื่มได้หลากหลาย รวดเร็ว ควบคุมรสชาติคงที่สม่ำเสมอ ช่วยลดการพึ่งพาพนักงานที่มีทักษะเฉพาะด้าน และรองรับแขกที่เข้าพักได้ตลอด 24 ชั่วโมงอย่างไร้รอยต่อ ช่วยลดต้นทุนการดำเนินงานควบคู่ไปกับการยกระดับประสบการณ์ สร้างความประทับใจให้กับผู้เข้าพัก
เครื่องชงกาแฟอัตโนมัติช่วยในการควบคุมต้นทุนโรงแรมได้อย่างไร
ปฏิเสธไม่ได้ว่าในปัจจุบัน เราจะเห็นหลายๆ โรงแรมหันมาใช้เครื่องชงกาแฟอัตโนมัติ เป็นตัวช่วยยกระดับธุรกิจ เพราะเป็นเทคโนโลยีที่สามารถช่วยในการควบคุมต้นทุนโรงแรม ทุ่นแรงบุคลากร และยังเสริมภาพลักษณ์ให้โรงแรมเป็นโปรเฟชชั่นนอล โดยเฉพาะเครื่องชงกาแฟอัตโนมัติ จาก Nestle Professional ที่ออกแบบมาเพื่อตอบโจทย์เรื่องความสะดวกสบาย ใช้งานง่าย เสิร์ฟไว ช่วยลดเวลา และภาระงานของพนักงาน และสามารถควบคุมปริมาณวัตถุดิบและรักษามาตรฐานต่อแก้วได้สม่ำเสมอ ทำให้ได้รสชาติกาแฟที่สดใหม่ ได้คุณภาพ สร้างความประทับใจให้ลูกค้าด้วยความพรีเมียมพร้อมรสชาติระดับบาริสต้า และมีความหลายหลายของเมนู อร่อยได้มาตรฐานในทุกแก้ว ซึ่งเครื่องชงกาแฟอัตโนมัติ จาก Nestle Professional ถูกคิดมาอย่างดีเพื่อผู้ประกอบการทุกระดับ เพื่อช่วยผู้ประกอบการควบคุมต้นทุนโรงแรมได้ ให้ได้ใช้ผลิตภัณฑ์ที่เหมาะสมกับขนาดของธุรกิจ เช่น
เครื่องชงกาแฟอัตโนมัติ NESCAFÉ FTP30
เครื่องเดียวที่ตอบโจทย์ครบทุกความต้องการของธุรกิจ ช่วยในการควบคุมต้นทุนโรงแรมได้ เพราะ
- สามารถเสิร์ฟ 12 เมนูยอดฮิตมาตรฐานบาริสต้า รวดเร็วทันใจใน 20-35 วินาที ในเมนูกาแฟดำ
- ดีไซน์ทันสมัย ลงตัวทุกพื้นที่ ไม่ว่าจะเป็นโรงแรม ห้องอาหาร หรือห้องรับรอง โรงพยาบาล ออฟฟิศโรงงาน เป็นต้น
- ควบคุมต้นทุนได้ทุกแก้ว พร้อมลดขั้นตอนการเตรียมเครื่องดื่ม
- ยกระดับภาพลักษณ์ธุรกิจคุณให้เป็นมืออาชีพ พร้อมสร้างประสบการณ์เหนือระดับที่น่าประทับใจให้กับลูกค้าที่เข้ามาใช้บริการ
เครื่องชงกาแฟอัตโนมัติ NESCAFÉ FUSION3
เครื่องชงกาแฟสดอัตโนมัติ ที่เหมาะสมสำหรับธุรกิจโรงแรม ช่วยในการควบคุมต้นทุนโรงแรม และยังมีเมนูที่หลากหลาย ตอบโจทย์ทุกความต้องการของลูกค้าที่เข้ามาใช้บริการ ด้วยเทคโนโลยีสุดล้ำ
- มีเทคโนโลยีขั้นสูงของเนสท์เล่ Filter Brew สามารถทำเมนูคุณภาพดี สกัดรสชาติของกาแฟได้อย่างพิถีพิถันด้วยระบบแรงดันต่ำ มอบรสชาตินุ่มละมุน หอมกรุ่นชัดเจน
- เลือกอร่อยได้ถึง 20 เมนูร้อน–เย็น พร้อมเสิร์ฟเริ่มต้นที่ 35 วินาที ในเมนูกาแฟดำ
- ตัวเครื่องผลิตด้วยพลังงานลม 100% ใช้พลาสติกรีไซเคิล พร้อมเทคโนโลยีประหยัดพลังงาน สะท้อนภาพลักษณ์ธุรกิจที่ใส่ใจความยั่งยืน
- รสชาติมาตรฐานในทุกแก้ว เสมือนมีบาริสต้าส่วนตัว
- ควบคุมต้นทุนโรงแรมได้อย่างมีประสิทธิภาพ เหมาะสำหรับธุรกิจโรงแรม ร้านอาหาร และออฟฟิศ
- ดีไซน์ทันสมัย ยกระดับทุกพื้นที่ให้ดูทันสมัยเสริมภาพลักษณ์โรงแรมของคุณให้ดูเป็นมืออาชีพ
แม้ว่าในโลกที่ผู้ประกอบการไม่สามารถควบคุมปัจจัยภายนอกได้ สิ่งเดียวที่ผู้ประกอบการสามารถทำได้คือ การควบคุมต้นทุนโรงแรม ไม่ว่าจะมีขนาดที่เล็กหรือว่าใหญ่ หากต้องการมีรายได้ดี ยอดจองพุ่ง ต่างก็ต้องเริ่มจากการควบคุมต้นทุนโรงแรม ถ้าหากโรงแรมสามารถใช้วิธีบริหารโรงแรม ควบคู่กับการควบคุมต้นทุนโรงแรมได้เหมาะสม ก็จะทำให้กิจการสามารถบริหารต้นทุนโรงแรมได้อย่างมีประสิทธิภาพ ส่งผลให้ต้นทุนที่เกิดขึ้นลดลง และทำให้รายได้ของกิจการมีเพิ่มมากขึ้น ที่สำคัญ คือ การมีพาร์เนอร์ที่ดี ใส่ใจช่วยในการเซฟต้นทุนของผู้ประกอบการ อย่าง Nestle Professional ตัวจริงด้านอาหารและเครื่องดื่ม ที่มีความเชี่ยวชาญ มาพร้อมวัตถุดิบที่มีคุณภาพ และเทคโนยีที่ทันสมัยอย่างเครื่องชงกาแฟอัตโนมัติสุดล้ำ ได้มาตรฐาน เหมาะสำหรับโรงแรมที่ต้องการยกระดับประสบการณ์การดื่มกาแฟให้กับลูกค้า ตอบโจทย์ทุกความต้องการ ใช้งานง่าย สะดวกรวดเร็ว และชงง่ายเหมือนมีบาริสต้ามาเสิร์ฟถึงโรงแรม แถมยังคุมต้นทุนได้ ช่วยยกระดับภาพลักษณ์ของโรงแรมให้เป็นโปรเฟชชั่นนอล สร้างความประทับใจอีกขั้นให้กับลูกค้า รับรองลูกค้าต้องกลับมาพักซ้ำๆ อย่างแน่นอน
คำถามที่พบบ่อย
Q: ทำไมต้องให้ความสำคัญกับการควบคุมต้นทุนโรงแรม
A: การควบคุมต้นทุนโรงแรมจะช่วยให้โรงแรมมีกำไรสูงสุด รักษาสภาพคล่องทางการเงิน และแข่งขันได้ในตลาด แต่หากผู้ประกอบการเลือกลดต้นทุนโดยไม่ใส่ใจคุณภาพ ลูกค้าอาจจะไม่กลับมาพักซ้ำ ผู้ประกอบการจึงต้องสร้างสมดุลทั้งสองด้านเพื่อให้ธุรกิจเติบโตไปอย่างยั่งยืน
Q: ต้นทุนโรงแรมมีอะไรบ้าง
A: ต้นทุนโรงแรม หลักๆ จะมี 2 อย่าง ได้แก่ ต้นทุนคงที่ เช่น ค่าเช่าที่ดินที่โรงแรมตั้งอยู่ เงินเดือนค่าจ้างพนักงาน ค่าประกันภัย ค่าดูแลทำความสะอาดสระว่ายน้ำหรือดูแลสวน ค่าเสื่อมราคาของอาคารและอุปกรณ์ภายในห้องพักและโรงแรม เป็นต้น และ ต้นทุนผันแปร เช่น อุปกรณ์ทำความสะอาด ค่าน้ำประปา ค่าไฟฟ้า ค่าซักผ้าที่ใช้ในห้องพักโรงแรม ค่าน้ำยาทำความสะอาดสิ่งของเครื่องใช้ในห้องพัก ค่าอาหารเช้าของลูกค้าและเครื่องดื่มต่างๆ รวมไปถึงค่าแพลตฟอร์มการจองออนไลน์ และค่านายหน้า เป็นต้น
Q: มีวิธีลดต้นทุนโรงแรมอย่างไรบ้าง?
A: วิธีลดต้นทุนโรงแรม มีแนวทางดังนี้ โปรโมชันพิเศษกระตุ้นยอดจอง เลือกใช้อุปกรณ์ประหยัดพลังงาน ควบคุมต้นทุนอาหารและเครื่องดื่ม ใช้เทคโนโลยีอัตโนมัติ อย่างเครื่องชงกาแฟอัตโนมัติ เข้ามาช่วยในการการควบคุมต้นทุนโรงแรม ลดต้นทุนค่าจ้างบาริสต้า ลดภาระพนักงาน เพิ่มประสิทธิภาพในการเสิร์ฟเครื่องดื่มให้ลูกค้า รวดเร็ว หลากหลาย รสชาติคงที่ เสริมภาพลักษณ์ให้ธุรกิจ โดยจุดบริการในโรงแรมที่เหมาะกับเครื่องชงกาแฟอัตโนมัติ เช่น ห้องอาหาร พื้นที่ประชุม ล็อบบี้ เอ็กเซกคิวทีฟเลาจน์ ฟิตเนส หรือคลับเฮ้าส์